บทความทั้งหมด
ภาษี21 ตุลาคม 2569อ่าน 9 นาที

ซื้อประกันลดภาษีก่อน 31 ธ.ค. เช็ก 6 ข้อนี้ก่อนจ่ายเบี้ย

ก่อนรีบซื้อประกันปลายปี เช็กให้แน่ว่าต้องเสียภาษีจริงไหม อยู่ขั้นภาษีไหน เพดานเหลือเท่าไหร่ และเบี้ยหมื่นบาทจะกลับมาเป็นภาษีที่ประหยัดได้กี่บาท

ทุกเดือนธันวาคม ฟีดโซเชียลจะเต็มไปด้วยโฆษณา "ซื้อประกันลดหย่อนภาษี ก่อนสิ้นปี" หลายคนรีบซื้อเพราะกลัวเสียสิทธิ แล้วมารู้ทีหลังว่าซื้อเกินเพดาน ซื้อแบบที่ใช้สิทธิไม่ได้ หรือตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว

ก่อนจ่ายเบี้ยปลายปี ใช้เวลาสิบนาทีเช็กตามลำดับนี้ก่อน

ขั้นที่ 1 — รู้ก่อนว่าปีนี้คุณจะเสียภาษีเท่าไหร่

รวมรายได้ทั้งปีจากใบ 50 ทวิทุกใบที่ได้มาแล้ว บวกรายได้ที่คาดว่าจะได้อีกในเดือนที่เหลือ แล้วคำนวณเงินได้สุทธิคร่าว ๆ

เงินได้สุทธิ = เงินได้ − ค่าใช้จ่าย − ค่าลดหย่อนที่มีอยู่แล้ว

ถ้าตัวเลขนี้ ไม่ถึง 150,000 คุณไม่ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ซื้อประกันเพิ่มไม่ช่วยลดภาษี ถ้าจะซื้อ ให้ซื้อเพราะต้องการความคุ้มครอง ไม่ต้องรีบให้ทันสิ้นปี

ขั้นที่ 2 — ดูว่าอยู่ขั้นภาษีไหน

เงินได้สุทธิอัตราภาษีขั้นนั้นเบี้ย 10,000 ประหยัดได้
150,001 – 300,0005%500
300,001 – 500,00010%1,000
500,001 – 750,00015%1,500
750,001 – 1,000,00020%2,000
1,000,001 – 2,000,00025%2,500

ตารางนี้บอกว่าเบี้ยทุก 10,000 บาทที่ใช้สิทธิได้ จะกลับมาเป็นภาษีที่ประหยัดได้เท่าไหร่ ถ้าเงินได้สุทธิของคุณอยู่ใกล้รอยต่อของขั้น การหักลดหย่อนอาจทำให้ส่วนหนึ่งตกลงไปอยู่ขั้นที่ต่ำกว่า และประหยัดได้น้อยกว่าในตาราง

ถ้าคุณอยู่ขั้น 5% จ่ายเบี้ย 10,000 ได้ภาษีคืนมา 500 บาท อีก 9,500 คือค่าความคุ้มครองที่คุณจ่ายจริง

ขั้นที่ 3 — เช็กว่าเพดานเหลือเท่าไหร่

ดูก่อนว่าปีนี้จ่ายเบี้ยอะไรไปแล้วบ้าง แล้วหักออกจากเพดาน

ช่องเพดานข้อควรระวัง
ประกันชีวิต + สุขภาพตัวเอง100,000สุขภาพตัวเองไม่เกิน 25,000
ประกันสุขภาพพ่อแม่15,000พ่อแม่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000
ประกันบำนาญ15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000รวมกับ RMF ไม่เกิน 500,000

ถ้าเพดานเต็มแล้ว เบี้ยที่จ่ายเพิ่มจะไม่ช่วยลดภาษีอีก

ขั้นที่ 4 — เลือกแบบที่ใช้สิทธิได้จริง

  • ประกันชีวิตต้องมีสัญญา 10 ปีขึ้นไป
  • ประกันควบการลงทุน ใช้สิทธิได้เฉพาะส่วนค่าความคุ้มครอง
  • ประกันอุบัติเหตุ ใช้สิทธิได้เฉพาะส่วนค่ารักษาพยาบาล
  • ประกันรถ ประกันเดินทาง ใช้ไม่ได้

ถามตัวแทนให้ชัดก่อนจ่าย ว่าเบี้ยก้อนนี้ใช้สิทธิลดหย่อนได้เท่าไหร่ และเข้าช่องไหน

ขั้นที่ 5 — คิดถึงปีหน้าด้วย

ประกันชีวิตกับประกันบำนาญส่วนใหญ่ต้องจ่ายเบี้ยต่อเนื่องหลายปี ถ้ายกเลิกก่อนครบสัญญา สิทธิลดหย่อนที่ใช้ไปแล้วอาจถูกเรียกคืน

ฟรีแลนซ์รายได้ไม่แน่นอน อย่าตั้งเบี้ยจากรายได้ของปีที่ดีที่สุด ให้ดูว่าปีที่แย่ที่สุดในรอบ 3 ปี คุณยังจ่ายเบี้ยก้อนนี้ไหวไหม

ขั้นที่ 6 — จ่ายให้ทันและแจ้งใช้สิทธิ

  • ชำระเบี้ยภายในวันที่ 31 ธันวาคม สิทธิลดหย่อนนับตามเบี้ยที่จ่ายจริงในปีภาษีนั้น
  • ประกันสุขภาพและประกันชีวิตบางแบบต้องผ่านการพิจารณารับประกันก่อน อาจใช้เวลาหลายวัน อย่ารอวันสุดท้าย
  • แจ้งความประสงค์ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี กับบริษัทประกัน ไม่อย่างนั้นข้อมูลเบี้ยจะไม่ถูกส่งเข้าระบบกรมสรรพากร
  • เก็บหนังสือรับรองการชำระเบี้ยไว้ใช้ตอนยื่นแบบต้นปีหน้า

สามอย่างที่ควรจำ

  1. คำนวณภาษีของตัวเองก่อน ถ้าเงินได้สุทธิไม่ถึง 150,000 ไม่ต้องรีบซื้อเพื่อภาษี
  2. ภาษีที่ประหยัดได้ = เบี้ยที่ใช้สิทธิ × อัตราภาษีขั้นของคุณ ไม่ใช่เท่ากับเบี้ยทั้งก้อน
  3. เบี้ยต้องจ่ายต่อในปีถัดไปด้วย เลือกระดับเบี้ยที่จ่ายไหวแม้ปีที่รายได้ตก

อยากรู้เร็ว ๆ ว่าเบี้ยที่กำลังจะจ่ายลดภาษีให้คุณได้เท่าไหร่ ลองใส่ตัวเลขใน เครื่องคำนวณภาษีของ Nut Planner หรือดูตัวอย่างแผนลดหย่อนภาษีได้ที่ หน้าแผนลดหย่อนภาษี เว็บนี้เป็นของผู้เขียน ซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิตของเมืองไทยประกันชีวิต (ใบอนุญาตเลขที่ 6801069894)

ส่วนใน GigFlow ถ้าคุณบันทึกรายได้และใบ 50 ทวิไว้ระหว่างปี แอปจะรวมเงินได้และภาษีที่ถูกหักไว้ให้ ขั้นที่ 1 กับขั้นที่ 2 ของเช็กลิสต์นี้จะเหลือแค่เปิดดูตัวเลข


อ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี กรณีที่ซับซ้อนควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรโดยตรง

แชร์บทความนี้

บทความนี้อ่านฟรี และ GigFlow ก็ใช้ฟรีทั้งหมด สนับสนุนค่าเซิร์ฟเวอร์ได้ที่นี่

อ่านต่อ