บทความทั้งหมด
ภาษี21 ตุลาคม 2569อ่าน 10 นาที

ฟรีแลนซ์ไม่มีสวัสดิการ ควรมีประกันอะไรบ้าง เรียงตามลำดับ

ไม่มีประกันกลุ่ม ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไม่มีวันลาป่วยที่ได้เงิน เรียงลำดับว่าควรมีอะไรก่อนถ้างบจำกัด และแต่ละอย่างลดภาษีได้เท่าไหร่

ตอนเป็นพนักงานประจำ คุณมีประกันกลุ่ม ประกันสังคม ม.33 และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยไม่ต้องคิดอะไรเลย วันที่ลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ทั้งหมดนี้หายไปพร้อมกัน และส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวจนวันที่ต้องเข้าโรงพยาบาล

ปัญหาของฟรีแลนซ์ไม่ใช่แค่ค่ารักษา แต่คือ วันที่ป่วยคือวันที่ไม่มีรายได้ ไม่มีวันลาป่วยที่ได้เงินเดือน งานที่รับไว้อาจต้องคืนลูกค้า

บทความนี้ไม่ได้บอกว่าคุณต้องซื้อประกันทุกแบบ แต่จะเรียงให้ว่าถ้างบมีจำกัด ควรมีอะไรก่อน และแต่ละอย่างช่วยเรื่องภาษีได้แค่ไหน

ลำดับที่ 1 — เงินสำรองฉุกเฉิน

ก่อนจะพูดเรื่องประกัน เงินสำรองฉุกเฉินมาก่อนเสมอ สำหรับฟรีแลนซ์ควรมีอย่างน้อย 6 เดือนของค่าใช้จ่าย มากกว่าพนักงานประจำ เพราะรายได้ไม่แน่นอน

ประกันช่วยเรื่องเหตุการณ์ใหญ่ แต่ช่วงที่งานหายสองสามเดือน ประกันไม่ได้จ่ายให้

ลำดับที่ 2 — ประกันสังคม

ถ้าเคยเป็นพนักงานประจำ สมัคร มาตรา 39 ภายใน 6 เดือนหลังลาออก จ่ายเดือนละ 432 บาท ยังได้สิทธิรักษาพยาบาลต่อ ถ้าไม่เคยหรือเลยกำหนดแล้ว ใช้ มาตรา 40 ได้ เดือนละ 70–300 บาท

นี่คือความคุ้มครองที่ถูกที่สุดที่คุณหาได้

ลดหย่อนได้ปีละ
ม.395,184
ม.40 ทางเลือกที่ 33,600

ลำดับที่ 3 — ประกันสุขภาพ

ค่ารักษาพยาบาลคือความเสี่ยงที่ทำให้เงินเก็บหายเร็วที่สุด ผ่าตัดครั้งเดียวในโรงพยาบาลเอกชนอาจเป็นหลักแสน

ถ้างบน้อย ให้มองหาแบบที่ คุ้มครองผู้ป่วยใน ก่อน เพราะเป็นก้อนใหญ่ ส่วนผู้ป่วยนอกค่อยเพิ่มทีหลัง

ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท ต่อปี รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000

ลำดับที่ 4 — ประกันโรคร้ายแรง

ประกันสุขภาพจ่ายค่ารักษา แต่โรคร้ายแรงอย่างมะเร็งทำให้คุณทำงานไม่ได้หลายเดือน ประกันโรคร้ายแรงจ่ายเป็น เงินก้อน เมื่อตรวจพบ คุณเอาไปใช้จ่ายระหว่างหยุดงานได้

สำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีเงินเดือนระหว่างรักษาตัว ข้อนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด

ใช้สิทธิในช่องประกันสุขภาพเดียวกัน คือรวมกับประกันสุขภาพไม่เกิน 25,000

ลำดับที่ 5 — ประกันชีวิต (ถ้ามีคนที่ต้องดูแล)

ประกันชีวิตจ่ายให้คนข้างหลังเมื่อคุณเสียชีวิต ถ้าคุณยังไม่มีใครพึ่งพารายได้ของคุณ ข้อนี้รอได้

แต่ถ้าคุณดูแลพ่อแม่ มีลูก หรือมีหนี้บ้านที่คู่สมรสต้องรับต่อ ประกันชีวิตควรขึ้นมาอยู่ลำดับต้น ๆ

ลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ต้องเป็นสัญญา 10 ปีขึ้นไป

ลำดับที่ 6 — ประกันบำนาญ หรือ RMF

เมื่อความคุ้มครองพื้นฐานครบแล้ว ค่อยคิดเรื่องเกษียณ ฟรีแลนซ์ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ต้องออมเอง

ประกันบำนาญให้ตัวเลขแน่นอนแต่ผูกมัดกว่า RMF ยืดหยุ่นกว่าแต่ผันผวนตามตลาด ลดหย่อนได้รวมกันไม่เกิน 500,000

ตารางสรุป

ลำดับสิ่งที่ควรมีลดหย่อนได้
1เงินสำรอง 6 เดือน—
2ประกันสังคม ม.39 / ม.405,184 / 3,600
3ประกันสุขภาพ (ผู้ป่วยใน)รวมกับข้อ 4 ไม่เกิน 25,000
4ประกันโรคร้ายแรงรวมกับข้อ 3 ไม่เกิน 25,000
5ประกันชีวิต100,000 (รวมกับข้อ 3–4)
6บำนาญ / RMFรวมไม่เกิน 500,000

ซื้อประกันเพราะความเสี่ยงของคุณ ไม่ใช่เพราะเพดานลดหย่อนยังเหลือ

ภาษีเป็นผลพลอยได้ ไม่ใช่เหตุผลหลัก

ภาษีที่ประหยัดได้จากเบี้ยประกันเท่ากับเบี้ยคูณอัตราภาษีขั้นที่คุณอยู่ ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่อยู่ขั้น 5–15% หมายความว่าเบี้ย 10,000 บาท ได้ภาษีคืน 500–1,500 บาท

ที่เหลือคือค่าความคุ้มครองที่คุณจ่ายจริง ถ้าคุณไม่ต้องการความคุ้มครองนั้น การซื้อเพื่อลดภาษีอย่างเดียวไม่คุ้ม

สามอย่างที่ควรจำ

  1. เงินสำรองกับประกันสังคมมาก่อน ถูกที่สุดและครอบคลุมพื้นฐาน
  2. ประกันสุขภาพผู้ป่วยในกับโรคร้ายแรง ป้องกันเหตุการณ์ที่ทำให้เงินเก็บหายเร็วที่สุด
  3. ประกันชีวิตสำคัญเมื่อมีคนพึ่งพารายได้ของคุณ ถ้ายังไม่มี รอได้

เช็กของตัวเองตอนนี้

  1. ดูว่าเงินสำรองของคุณพอใช้กี่เดือน
  2. เช็กสถานะประกันสังคมในแอปหรือเว็บไซต์ประกันสังคม
  3. ถ้ามีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ดูวงเงินผู้ป่วยในต่อครั้ง เทียบกับค่ารักษาของโรงพยาบาลที่คุณจะไปจริง
  4. เขียนรายชื่อคนที่พึ่งพารายได้ของคุณ ถ้ามี ให้คิดเรื่องประกันชีวิต
  5. รวมเบี้ยทั้งหมดต่อปี ดูว่าจ่ายไหวแม้ปีที่รายได้ตก

ถ้าอยากให้ช่วยดูว่าความคุ้มครองที่มีอยู่ขาดตรงไหน หรืออยากเทียบแผนประกันสุขภาพ ดูได้ที่ Nut Planner และลองคำนวณว่าเบี้ยจะลดภาษีได้เท่าไหร่ด้วย เครื่องคำนวณภาษี เว็บนี้เป็นของผู้เขียน ซึ่งเป็นตัวแทนประกันชีวิตของเมืองไทยประกันชีวิต (ใบอนุญาตเลขที่ 6801069894)

ส่วนใน GigFlow คุณบันทึกรายได้ ใบ 50 ทวิ และค่าลดหย่อนจากประกันไว้ที่เดียวได้ แอปจะคำนวณภาษีประมาณการให้ทั้งปี


อ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี กรณีที่ซับซ้อนควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรโดยตรง

แชร์บทความนี้

บทความนี้อ่านฟรี และ GigFlow ก็ใช้ฟรีทั้งหมด สนับสนุนค่าเซิร์ฟเวอร์ได้ที่นี่

อ่านต่อ