บทความทั้งหมด
ภาษี3 สิงหาคม 2569อ่าน 11 นาที

ภาษีขั้นต่ำ 0.5% ที่ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่ามี

คำนวณเองแล้วได้ศูนย์ แต่ตอนยื่นจริงต้องจ่ายหลักหมื่น เพราะกฎหมายให้คำนวณสองวิธีแล้วจ่ายตามวิธีที่มากกว่า — และวิธีที่สองคิดจากยอดรับเต็ม ไม่ใช่ยอดหลังหักค่าใช้จ่าย

มีฟรีแลนซ์จำนวนไม่น้อยที่นั่งคำนวณภาษีเองอย่างละเอียด หักค่าใช้จ่าย หักลดหย่อนครบทุกช่อง แล้วได้ตัวเลขออกมาว่า ไม่ต้องเสียภาษีเลยสักบาท พอถึงเวลายื่นจริงกลับพบว่าต้องจ่ายหลักหมื่น

ไม่ใช่เพราะคำนวณผิด แต่เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดให้คำนวณ สองวิธี แล้วจ่ายตามวิธีที่ได้เลขมากกว่า และวิธีที่สองนี้แทบไม่มีใครพูดถึง

ภาษีขั้นต่ำ 0.5% คืออะไร

ปกติเราคุ้นกับการคำนวณภาษีแบบขั้นบันได คือเอารายได้มาหักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน เหลือเท่าไหร่คือ "เงินได้สุทธิ" แล้วเอาไปเทียบอัตราภาษี 5% 10% 15% ไล่ขึ้นไป วิธีนี้คือการคำนวณตาม มาตรา 48(1)

แต่กฎหมายยังมี มาตรา 48(2) ซึ่งบอกว่า ถ้าคุณมีเงินได้ประเภท 40(2) ถึง 40(8) รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป คุณต้องคำนวณอีกวิธีหนึ่งด้วย

เงินได้พึงประเมิน × 0.5%

จุดสำคัญคือคำว่า "เงินได้พึงประเมิน" — หมายถึงยอดเต็มก่อนหักอะไรทั้งสิ้น ไม่ใช่ยอดหลังหักค่าใช้จ่าย และไม่ใช่ยอดหลังหักลดหย่อน

จากนั้นเปรียบเทียบสองวิธี แล้วจ่ายตามวิธีที่ได้เลขมากกว่า

ทำไมฟรีแลนซ์ถึงโดนบ่อยกว่าคนอื่น

เพราะสองวิธีนี้ใช้ฐานคนละอย่างกันโดยสิ้นเชิง

ภาษีขั้นบันไดคิดจากเงินได้สุทธิ ซึ่งลดลงได้เรื่อย ๆ ตามค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ส่วนภาษี 0.5% คิดจากยอดรับเต็ม ซึ่งไม่ลดลงเลยไม่ว่าคุณจะหักอะไรไปเท่าไหร่

แปลว่ายิ่งคุณหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนได้เยอะ ภาษีขั้นบันไดยิ่งน้อยลง แต่ภาษี 0.5% เท่าเดิม จนถึงจุดหนึ่งที่วิธีที่สองแซงหน้า

และนี่คือสถานการณ์ปกติของฟรีแลนซ์ที่:

  • รับงานประเภท 40(8) ซึ่งหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ถึง 60%
  • ซื้อ RMF หรือ Thai ESG เพื่อลดหย่อน
  • มีประกันชีวิต ประกันสุขภาพ กองทุนต่าง ๆ

ยิ่งวางแผนภาษีเก่ง ยิ่งมีโอกาสเจอเกณฑ์นี้

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุด

สมมติคุณเป็นฟรีแลนซ์รับงานประเภท 40(8) ปีนี้รับเงินรวม 2,000,000 บาท และวางแผนลดหย่อนไว้ดีมาก

วิธีที่ 1 — ขั้นบันได

รายการจำนวน
เงินได้พึงประเมิน2,000,000
หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%−1,200,000
คงเหลือ800,000
หักลดหย่อนส่วนตัว−60,000
หัก RMF−500,000
หักเบี้ยประกันชีวิต−100,000
เงินได้สุทธิ140,000

เงินได้สุทธิ 140,000 บาท ยังไม่ถึง 150,000 บาทแรกที่ได้รับยกเว้น

ภาษีตามวิธีนี้ = 0 บาท

วิธีที่ 2 — 0.5% ของเงินได้พึงประเมิน

2,000,000 × 0.5% = 10,000 บาท

ผลลัพธ์

เปรียบเทียบแล้ว 10,000 มากกว่า 0 — คุณต้องจ่าย 10,000 บาท ทั้งที่คำนวณแบบปกติแล้วได้ศูนย์

นี่คือส่วนต่างที่ทำให้หลายคนตกใจตอนกดยื่นแบบ

ข้อยกเว้นที่ช่วยคนรายได้ไม่สูงไว้

กฎหมายมีวาล์วนิรภัยอยู่หนึ่งข้อ และควรรู้ไว้เพราะมันช่วยคนจำนวนมาก

ถ้าภาษีที่คำนวณตามวิธี 0.5% ออกมาไม่เกิน 5,000 บาท คุณได้รับยกเว้นภาษีส่วนนี้ ให้กลับไปเสียตามวิธีขั้นบันไดตามปกติ

ข้อยกเว้นนี้มาจากพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 480) พ.ศ. 2552 ซึ่งยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

แปลเป็นภาษาง่าย ๆ คือ ถ้าเงินได้พึงประเมินทั้งปีไม่เกิน 1,000,000 บาท คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย เพราะ 0.5% ของ 1,000,000 คือ 5,000 บาทพอดี ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์ยกเว้น

ลองดูตัวอย่างเดียวกันแต่ลดขนาดลง — รับงาน 40(8) รวม 800,000 บาท ซื้อ RMF 300,000 บาท

  • เงินได้สุทธิหลังหักทุกอย่าง = 0 บาท → ภาษีขั้นบันได 0 บาท
  • ภาษี 0.5% = 800,000 × 0.5% = 4,000 บาท
  • 4,000 ไม่เกิน 5,000 → ได้รับยกเว้น ไม่ต้องจ่ายเลย

แล้วเมื่อไหร่ที่ไม่ต้องกังวล

ถ้าภาษีขั้นบันไดของคุณสูงกว่า 0.5% อยู่แล้ว เกณฑ์นี้ไม่มีผลอะไรเลย

เช่นฟรีแลนซ์ที่รับงาน 40(8) รวม 1,500,000 บาท และไม่ได้ซื้อกองทุนลดหย่อนอะไรเป็นพิเศษ

  • เงินได้สุทธิ = 540,000 บาท → ภาษีขั้นบันได = 33,500 บาท
  • ภาษี 0.5% = 7,500 บาท
  • 33,500 มากกว่า → จ่ายตามขั้นบันไดตามปกติ

เห็นได้ว่าคนที่ ไม่ได้ วางแผนลดหย่อนกลับไม่เจอเกณฑ์นี้ ส่วนคนที่วางแผนมาอย่างดีต่างหากที่เจอ ซึ่งฟังดูย้อนแย้ง แต่เป็นผลจากการที่ทั้งสองวิธีคิดจากฐานคนละตัว

สามอย่างที่ควรจำ

1. เงินเดือนไม่นับ — เกณฑ์นี้ใช้กับเงินได้ประเภท 40(2) ถึง 40(8) เท่านั้น เงินเดือนประจำซึ่งเป็น 40(1) ไม่ถูกนำมารวมในฐาน 0.5% ใครที่ทำงานประจำควบฟรีแลนซ์ ให้นับเฉพาะส่วนฟรีแลนซ์

2. คิดจากยอดเต็ม ไม่ใช่ยอดที่เหลือ — จุดที่คนพลาดมากที่สุดคือเอายอดหลังหักค่าใช้จ่ายมาคูณ 0.5% ซึ่งจะได้ตัวเลขต่ำกว่าความจริงมาก ต้องใช้ยอดรับเต็มก่อนหักอะไรทั้งสิ้น

3. เส้นแบ่งอยู่ราว 1 ล้านบาท — ต่ำกว่านั้นข้อยกเว้น 5,000 บาทมักคุ้มครองคุณอยู่แล้ว สูงกว่านั้นควรคำนวณเทียบทุกปี

ตรวจของตัวเองยังไง

ทำสามขั้นตอนนี้ก่อนยื่นแบบ

  1. รวมยอดรับทั้งปีของงานฟรีแลนซ์ทุกงาน — ยอดเต็มก่อนถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย
  2. คูณด้วย 0.5%
  3. เอาไปเทียบกับภาษีที่คำนวณแบบขั้นบันได ถ้าเลขจากข้อ 2 มากกว่า และเกิน 5,000 บาท นั่นคือยอดที่คุณต้องจ่ายจริง

ถ้าไม่อยากคำนวณเอง GigFlow ตรวจข้อนี้ให้อัตโนมัติทุกครั้งที่คำนวณภาษี และจะบอกชัดเจนว่าปีนี้คุณเข้าเกณฑ์หรือไม่ พร้อมแสดงว่าตัวเลขไหนต้องกรอกลงช่องไหนของแบบ ภ.ง.ด.90


อ้างอิง

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษี กรณีที่ซับซ้อนควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือกรมสรรพากรโดยตรง

แชร์บทความนี้

บทความนี้อ่านฟรี และ GigFlow ก็ใช้ฟรีทั้งหมด สนับสนุนค่าเซิร์ฟเวอร์ได้ที่นี่

อ่านต่อ